บทวิเคราะห์จากเอเจนซี่ ForeToday ทำไม "เศรษฐกิจซบเซา" จึงไม่ใช่เหตุผลที่จะ "ลดงบการตลาด"

บทวิเคราะห์จากเอเจนซี่ ForeToday ทำไม "เศรษฐกิจซบเซา" จึงไม่ใช่เหตุผลที่จะ "ลดงบการตลาด"

2 เม.ย. 2025
ในยุคที่ทุกธุรกิจต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว งบการตลาดมักจะเป็นงบแรก ๆ ที่ถูกตัดทิ้ง แต่ ForeToday กลับมองต่าง และนี่คือเหตุผลว่าทำไมการ “ลงทุนต่อเนื่องในสื่อดิจิทัล” จึงไม่ใช่ต้นทุน แต่คือโอกาส

เมื่อทุกคน "ลด" แล้วคุณจะ "โต" ได้อย่างไร?
หนึ่งในพฤติกรรมที่เราพบเห็นบ่อยในช่วงที่เศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย คือการลดต้นทุน โดยเฉพาะในส่วนของ “งบการตลาด” เพราะไม่กระทบพนักงาน ไม่ต้องปลดคน มันหนักใจกว่าการตัดงบทางการตลาด แต่สิ่งที่หลายคนมองข้ามคือ Cost ที่มองไม่เห็น (Hidden Cost) ทำให้หลายธุรกิจ คิดว่าตัวเองกำลังประหยัดแต่จริง ๆ แล้วกำลังเสียหายแบบเงียบ ๆ แบบไม่มีใครเตือน แล้วลูกค้าจะมาจากไหน ถ้าเลิกทำการตลาด?

Hidden Cost ที่เกิดขึ้นเมื่อคุณ "ลด" หรือ "หยุด" การตลาดออนไลน์ เปรียบได้กับ Cost ของโอกาสที่หายไป (Opportunity Cost) คือการพลาดโอกาสที่ลูกค้าใหม่ ๆ จะสามารถเห็นแบรนด์คุณจาก Google, Facebook หรือช่องทางออนไลน์ มากกว่านั้นลูกค้าที่กำลังค้นหาสินค้าในหมวดเดียวกัน แต่คุณไม่อยู่ตรงนั้น หรือมีคู่แข่งแย่งความสนใจไป จะยิ่งทำให้คุณเสียตำแหน่ง “Top of Mind” โดยไม่รู้ตัว

ธุรกิจที่ลดการตลาดอาจดู “รอด” ในระยะสั้น แต่ในระยะยาวกลับยิ่งแย่ เพราะการไม่ทำตลาดก็เหมือนกับการปิดประตูหาโอกาสใหม่ไปโดยปริยาย

Marketing ไม่ใช่แค่ “ค่าใช้จ่าย” แต่คือ “การลงทุน”
ForeToday เชื่อว่าการตลาดที่ดี โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ มีผลตอบแทนในอนาคต (Payback Period) แม้จะขาดทุนช่วงเริ่มต้น แต่ถ้าทำถูกวิธี คุณจะได้ “ออร์แกนิกทราฟฟิก” (Organic Traffic) ที่ยั่งยืนและฐานลูกค้าที่ภักดี ไม่ต้องจ่ายเพื่อซื้อทุกคลิกไปตลอดชีวิต
กลยุทธ์ของ ForeToday เราจะใช้ Full Funnel Marketing ร่วมกับ 6P Framework
ForeToday ใช้กลยุทธ์แบบ Full Funnel Marketing ในการลงเงินอย่างเป็นระบบ และวัดผลได้ในทุกขั้น ไม่ว่าจะเป็น Awareness, Engagement หรือ Conversion โดยเฉพาะเมื่อทำงานกับลูกค้า เราจะกำหนดสัดส่วนการลงทุนในแต่ละเฟสของ Funnel และออกแบบให้เกิด Conversion มากที่สุด โดยใช้เครื่องมือวิเคราะห์แบบเรียลไทม์ เช่น Cost Per Lead และ ROAS เพื่อให้ลูกค้าเห็นผลจริงไม่ใช่แค่รู้สึกว่าทำแล้วน่าจะดี
6P Framework: พิมพ์เขียวแห่งความสำเร็จของแบรนด์ในโลกดิจิทัล
ในยุคที่ธุรกิจต้องแข่งขันกันทั้งความเร็วและคุณภาพ การมีเครื่องมือคิดที่ครอบคลุมทุกมิติของธุรกิจกลายเป็นสิ่งสำคัญ และหนึ่งใน Framework ที่ ForeToday ใช้กับลูกค้าทุกเจ้าอย่างได้ผลก็คือ 6P Framework ซึ่งประกอบด้วย Performance, Product, Policy, Process, People และ Plan โดยแต่ละองค์ประกอบช่วยให้ธุรกิจวางรากฐานได้อย่างมั่นคงและเติบโตอย่างยั่งยืน
1. Performance ถ้าวัดผลไม่ได้ ก็ปรับปรุงไม่ได้
Performance ซึ่งเป็นรากฐานของการวัดผลทางธุรกิจอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นยอดขาย, การเติบโตของลูกค้า, หรือผลลัพธ์จากแคมเปญการตลาด เราจะไม่สามารถปรับปรุงสิ่งที่วัดไม่ได้ ดังนั้นเครื่องมือเช่น Google Analytics, Meta Ads Manager หรือ CRM System จึงถูกนำมาใช้เพื่อวัดผลลัพธ์ เช่น Conversion Rate, ROAS (Return on Ad Spend) หรือ CLV (Customer Lifetime Value) เพื่อให้รู้ว่าเงินที่ลงทุนไปให้ผลตอบแทนกลับมาแค่ไหน
2. Product หรือสินค้าที่ต้องตอบโจทย์ตลาดจริง
ไม่ใช่แค่สิ่งที่เจ้าของชอบ แต่หากสินค้าของคุณไม่มีจุดขายที่แตกต่างจากคู่แข่ง (Unique Selling Point) หรือไม่มีความเข้ากับตลาด (Product-Market Fit) ต่อให้ยิงแอดแรงแค่ไหนก็ยากจะปิดการขาย กลยุทธ์ที่ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้สินค้า เช่น Subscription Model, Limited Edition หรือ Customization ล้วนเป็นเครื่องมือที่ดีในการจับใจผู้บริโภคยุคใหม่ การทดลองผลิตภัณฑ์ด้วย A/B Testing หรือ Feedback จากลูกค้าก็เป็นทางลัดในการรู้ว่าตลาดต้องการอะไร
3. Policy สิ่งที่แบรนด์มักมองข้าม แต่ลูกค้าให้ความสำคัญอย่างสูง
แบรนด์ต้องสามารถสร้างความเชื่อมั่นผ่านนโยบาย นโยบายที่ชัดเจน เช่น การคืนสินค้า, การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA หรือการรับประกันสินค้า สามารถสร้าง Trust ให้กับลูกค้าได้แบบเงียบ ๆ แต่ทรงพลัง เพราะความเชื่อมั่นคือ Soft Power ที่เปลี่ยนคนแปลกหน้าให้กลายเป็นลูกค้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า
4. Process ระบบภายใน คือตัวช่วยให้ธุรกิจทำงานได้อย่างลื่นไหลและพร้อม Scale ได้ตลอดเวลา
การวางระบบให้เสถียรและเร็วด้วย Automation ตั้งแต่ระบบหลังบ้านอย่าง Fulfillment, การจัดการสต็อกแบบอัตโนมัติ ไปจนถึง Chatbot ที่ตอบลูกค้าใน 3 วินาที หากธุรกิจไม่มี Process ที่ดี ลูกค้าอาจประทับใจสินค้า แต่หงุดหงิดกับขั้นตอนจนไม่อยากกลับมาอีก 
5. People ทีมดีคือ Asset ไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่าย
ทีมงานคนที่มี Passion ในงานที่ทำ มี Skill ที่เหมาะกับตำแหน่ง และรู้จักใช้ Tools ที่ทันสมัย เช่น Martech, AI, Analytics คือทรัพยากรที่ขับเคลื่อนแบรนด์ไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง ทีม Marketing ที่เก่งเรื่องยิงแอด, ทีม IT ที่เข้าใจ UX, และทีม Customer Support ที่พูดจาเข้าใจคน ล้วนเป็นส่วนสำคัญในการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า
6. Plan แผนธุรกิจที่เชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกัน
หากไม่มีแผนที่ชัดเจน คุณจะเดินไปเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ว่าจุดหมายคืออะไร แผนที่ดีควรครอบคลุมทั้งด้านการตลาด การเงิน เทคโนโลยี การดำเนินงาน และการผลิต เช่น แผน Omnichannel ที่วางแผนการใช้ Social, SEO และ Ads อย่างเชื่อมโยง, แผนการเงินที่รู้ว่า Break-even อยู่ที่จุดไหน หรือแผนการดำเนินงานที่ SOP ชัดจนใครเข้ามาก็ทำต่อได้

สรุปจากบทวิเคราะห์นี้คือในวันที่เศรษฐกิจไม่แน่นอน เมื่อตลาดหดตัว คุณไม่ควรหายไป แต่ควร “อยู่ให้เจอ” เพื่อเก็บเกี่ยวเมื่อ Demand กลับมาอีกครั้ง ซึ่งงบการตลาดไม่ควรถูกมองว่าเป็นการเพิ่มภาระแต่ควรเป็น “การลงทุนเชิงกลยุทธ์” ที่ใช้ทุกบาทอย่างมีเป้าหมาย และวัดผลได้ หากคุณกำลังจะหยุดทำการตลาด ลองถามตัวเองว่า “ลูกค้าจะเจอเราได้ยังไง?” ForeToday เชื่อว่าแบรนด์ที่กล้าคิด และวางแผนบนพื้นฐานของข้อมูล พร้อมปรับแนวคิดให้ยืดหยุ่นตามบริบท จะไม่เพียงแค่รอดแต่จะเติบโตได้อย่างมั่นคง เราไม่ได้อยู่เพื่อยิงแอด แต่พร้อมเป็นพาร์ตเนอร์ที่ช่วยคุณวางราก สร้างผลลัพธ์ และเก็บเกี่ยวโอกาสในวันที่คนอื่นหายไป
สำหรับแบรนด์หรือนักการตลาดที่สนใจและกำลังวางแผนการทำตลาดผ่าน Google Ads สามารถติดต่อและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บริษัท ฟอร์ทูเดย์ จำกัด (ForeToday Co., Ltd.)
โทร: 08-5151-4646
Line: @foretoday
อีเมล: channel-support@foretoday.asia
เว็บไซต์: www.foretoday.asia หรือสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: ForeToday – Digital Marketing Agency
#ForeToday #DigitalMarketing2025 #AIMarketing #DataDrivenMarketing 
© 2025 MONEY LAB. All rights reserved. Privacy Policy.