
ตำนานหุ้น 260 เด้ง Constellation Software แห่งแคนาดา ของสุดยอดนักลงทุนผู้ลึกลับ
3 มี.ค. 2025
บนโลกที่กว้างใหญ่นี้ มีธุรกิจดี ๆ อยู่มากมาย แถมหลายบริษัทก็อยู่ในตลาดหุ้น ให้นักลงทุนได้เป็นเจ้าของกัน
ซึ่งที่ผ่านมา ก็มีสุดยอดบริษัท ที่สามารถสร้างผลตอบแทนให้กับนักลงทุนผู้สามารถอดทนถือหุ้นคุณภาพดีไปยาว ๆ จนสร้างกำไรได้อย่างมหาศาล เพราะมูลค่าของบริษัท เพิ่มขึ้นได้ถึงหลัก 10 เด้ง 100 เด้ง
และในประเทศอย่างแคนาดาเอง ก็มีอยู่บริษัทหนึ่ง ที่มีสไตล์การทำธุรกิจที่โดดเด่นมาก โดยหากนับตั้งแต่วันแรกที่บริษัทนี้ จดทะเบียนเข้าตลาดหุ้นแคนาดา จนถึงวันนี้ มูลค่าบริษัทเพิ่มขึ้นมาแล้ว มากกว่า 260 เท่า
บริษัทที่ว่า ก็คือ “Constellation Software”
และนอกจากบริษัทนี้ จะมีรูปแบบการทำธุรกิจที่เฉพาะทางมาก ๆ แล้ว ผู้ก่อตั้งและผู้ที่ขับเคลื่อนบริษัทนี้มาตลอด ก็เป็นคนที่ลึกลับ และมีบุคลิกที่เป็นเอกลักษณ์มาก เช่นกัน
โดยชายร่างท้วมมีหนวดเฟิ้มสีขาว คล้ายศาสตราจารย์อัลบัส ดัมเบิลดอร์ จากภาพยนตร์ชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่มีชื่อว่าคุณ “Mark Leonard” คนนี้ เป็นถึงมหาเศรษฐีอันดับ 16 ของประเทศแคนาดา
หากสงสัยว่า คุณ Mark Leonard เป็นใคร และ Constellation Software มีรูปแบบการทำธุรกิจอย่างไร ?
MONEY LAB จะย่อยเรื่องการเงิน การลงทุน ให้เข้าใจง่าย ๆ
คุณ Mark Leonard เป็นชาวแคนาดา เกิดในปี 1956 เรียนจบปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์ จาก University of Guelph และปริญญาโทด้าน MBA จาก University of Western Ontario
หลังเรียนจบ เขาได้เข้าทำงานที่ธนาคาร และจากนั้นก็ได้ผันตัวไปทำงานด้าน Venture Capital หรือเรียกสั้น ๆ ว่า VC ซึ่งจะเป็นกองทุนที่รวบรวมเงินทุนจากแหล่งต่าง ๆ ไปลงทุนในธุรกิจสตาร์ตอัป ที่บริษัท Ventures West
การได้ทำงานที่ Ventures West นี่เอง เป็นการเปิดประตูสู่โลกของการลงทุน ให้กับคุณ Leonard
เพราะทำให้เขาได้รู้จักกับหลักคิดการลงทุนของคู่หูนักลงทุนในตำนานอย่าง คุณ Warren Buffett และคุณ Charlie Munger ในการมองหาธุรกิจคุณภาพสูง
แต่การทำงานด้าน VC ก็สร้างความไม่สบายใจให้กับเขาอยู่อย่างหนึ่ง นั่นก็เพราะว่า หลักการลงทุนแบบ VC จะมีระยะเวลาการลงทุนที่จำกัด
เพราะเมื่อ VC ได้เข้าไปลงทุนในบริษัทไหนก็ตามแล้ว ทาง VC ก็จะเข้าไปช่วยปลุกปั้นธุรกิจของบริษัท ให้เจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
จนถึงวันหนึ่ง เมื่อบริษัทสามารถเข้าตลาดหุ้น และมีมูลค่าเพิ่มขึ้นมาสูงแล้ว ทาง VC ก็จะขายหุ้นของบริษัทนั้นออกไป เพื่อทำกำไร และเอาเงินไปลงทุนในบริษัทใหม่ต่อไป
ซึ่งสิ่งนี้เองสวนทางกับความรู้สึกของคุณ Leonard เป็นอย่างมาก เพราะเขาอยากจะเป็นเจ้าของบริษัทดี ๆ ซึ่งมีผู้บริหารเก่ง ๆ ที่เขาชอบดูแลอยู่ตลอดไป..
นั่นจึงทำให้ หลังจากทำงานด้าน VC มาได้ 11 ปี พอถึงปี 1995 คุณ Leonard จึงได้เลือกทำความฝันของเขาให้เป็นจริง ด้วยการก่อตั้งบริษัท Constellation Software ขึ้น
โดยเงินลงทุนเริ่มต้นของบริษัทนี้ หลัก ๆ ก็จะได้รับมาจาก 2 แหล่ง คือ บริษัทกองทุนบำเหน็จบำนาญของแคนาดาที่ชื่อ OMERS และกองทุน VC ที่ชื่อ ONCAP
แต่อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่า การลงทุนแบบ VC มีระยะเวลาการลงทุนที่จำกัด ซึ่งเต็มที่จะอยู่ที่ประมาณ 10 ปี พอถึงเวลาที่กำหนดแล้ว ทางกองทุนก็จะต้องหาวิธีขายหุ้นออกไปให้ได้
เมื่อเป็นแบบนี้ คุณ Leonard จึงไม่มีทางเลือกอื่น ต้องนำบริษัท Constellation Software เข้าตลาดหุ้นแคนาดาในปี 2006 เพื่อให้ทางกองทุนที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทอยู่ ได้รับเงินจากการขายหุ้น IPO นั่นเอง
ทีนี้ เรามาทำความเข้าใจธุรกิจของ Constellation Software กันบ้างดีกว่า
Constellation Software ทำธุรกิจเป็น Holding Company ที่เน้นลงทุนในบริษัทที่ทำธุรกิจประเภท Vertical Market Software หรือเรียกย่อ ๆ ว่า VMS
VMS ก็คือซอฟต์แวร์ที่ถูกออกแบบมา ให้ใช้งานได้อย่างเฉพาะทาง ในอุตสาหกรรมหรือในธุรกิจประเภทใดประเภทหนึ่ง
เช่น ซอฟต์แวร์สำหรับโรงพยาบาล, ซอฟต์แวร์สำหรับการออกแบบการก่อสร้าง และซอฟต์แวร์สำหรับธนาคาร
โดย Constellation Software จะลงทุนแต่ในบริษัท ที่มีคุณภาพสูง ซึ่งมีคุณสมบัติอย่างเช่น
- อยู่ในตลาดเล็ก ที่เป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม มีคู่แข่งจำนวนน้อย บริษัทมีความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน โดยเป็นอันดับ 1 หรือไม่ก็อันดับ 2 ในธุรกิจนี้เท่านั้น
- มีคุณภาพรายได้ดี นั่นก็คือ เป็นรายได้ที่บริษัทสามารถได้รับซ้ำ ๆ จากลูกค้า เช่น ซอฟต์แวร์ของบริษัท เป็นสิ่งที่ลูกค้าจะต้องใช้งานเป็นประจำ ทำให้บริษัทมีกระแสรายได้ที่มั่นคง จากโมเดลธุรกิจในรูปแบบ Subscription
- เป็นบริษัทที่สร้างกระแสเงินสดจากการทำธุรกิจได้ดี, สร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้สูง และใช้เงินลงทุนเพื่อการเติบโตไม่มากนัก
และในการจะลงทุนในบริษัทไหนก็ตาม ทาง Constellation Software ยังได้กำหนดอัตราผลตอบแทนขั้นต่ำ หรือ “Hurdle Rate” เอาไว้ด้วย โดยจะอยู่ที่ประมาณ 20% ขึ้นไป
ด้วยอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน ที่ตั้งไว้ขั้นต่ำ สูงถึง 20% ก็หมายความว่า นอกจากจะต้องซื้อแค่บริษัทที่คุณภาพดีเข้ามาแล้ว
ทาง Constellation Software ของคุณ Leonard ยังจะต้องไม่ซื้อธุรกิจมาในราคาที่แพงเกินไปด้วย เพื่อให้ทุกการลงทุน จะต้องได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า..
หลังจากได้บริษัท VMS เหล่านี้ เข้ามาเป็นบริษัทลูกแล้ว ทาง Constellation Software ก็จะไม่ได้เข้าไปเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำธุรกิจ หรือมีการปลดพนักงานออก แต่อย่างใด
แต่ Constellation Software เลือกจะให้อิสระแก่บริษัทเหล่านั้น ทำธุรกิจต่อไปอย่างเต็มที่
ทำให้หากจะให้สรุปหลักการทำธุรกิจของ Constellation Software ออกมา เป็นประโยคที่เข้าใจง่าย ๆ แล้ว ก็จะสามารถสรุปได้ว่า
“ทำธุรกิจแบบเน้นระยะยาว ด้วยการสร้างผลตอบแทนแบบทบต้น”
เพราะเมื่อ Constellation Software ได้สะสมบริษัท VMS คุณภาพดี เข้ามาเรื่อย ๆ
บริษัทเหล่านี้ก็จะช่วยสร้างกระแสเงินสดอิสระ หรือ Free Cash Flow จำนวนมหาศาล พร้อมกับผลตอบแทนต่อเงินลงทุน หรือ ROIC ที่สูง กลับมาให้กับ Constellation Software
และ Constellation Software ก็จะนำเอากระแสเงินสดอิสระเหล่านี้ ไปซื้อธุรกิจ VMS ดี ๆ เพิ่ม เพื่อสร้างผลตอบแทนต่อเงินลงทุนให้คุ้มค่า และจะได้รับกระแสเงินสดอิสระที่มากขึ้น ต่อไปในอนาคต
จากการทำกระบวนการเหล่านี้ อย่างรอบคอบ ซ้ำไปซ้ำมา ก็ส่งผลให้ ตลอดเวลา 30 ปี Constellation Software ได้ซื้อบริษัท VMS เข้ามามากกว่า 500 บริษัทแล้ว
พร้อมกันกับที่ รายได้และกระแสเงินสดอิสระของบริษัท เติบโตขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง แถมบริษัทก็ยังทำ ROIC ได้สูงถึงเกือบ 30% ติดต่อกันหลายปีอีกด้วย
แม้ในบางครั้งจะต้องแลกมาด้วยการก่อหนี้เพิ่ม เพื่อมาซื้อกิจการคุณภาพดี เพิ่มเข้ามาบ้าง
ซึ่งตรงนี้เอง สุดท้ายแล้ว ก็ได้สะท้อนออกมาที่มูลค่าของบริษัท ที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก
หากเราได้ลงทุนในหุ้น Constellation Software ตั้งแต่วันแรกที่บริษัทเข้ามาซื้อขายในตลาดหุ้นแคนาดา และอดทนถือมาจนถึงตอนนี้
ช่วงเวลาประมาณ 19 ปีนี้ เราจะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุน โดยยังไม่รวมเงินปันผล สูงถึง 26,600%
หรือก็คือ เงินจำนวน 1 ล้านบาท ที่ลงทุนในบริษัทนี้เมื่อ 19 ปีก่อน วันนี้จะกลายเป็นเงิน 267 ล้านบาท..
อย่างไรก็ตาม คุณ Mark Leonard ก็ไม่ได้ทำหน้าที่แค่คอยจัดสรรเงินลงทุนของบริษัท แต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
แต่เขาก็ยังคอยพยายามจัดระเบียบองค์กรที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ให้ยังสามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพดีต่อไป
และยังรวมถึง พยายามปลดล็อกมูลค่าและศักยภาพของบริษัทลูก ด้วยการ Spin-Off บริษัทอย่าง Topicus.com และ Lumine Group เข้าตลาดหุ้นแคนาดา อีกด้วย
โดยทั้ง 2 บริษัทนี้ ต่างก็มีนโยบายการทำธุรกิจคล้ายกับ Constellation Software เลย คือการเน้นลงทุนในธุรกิจ VMS แต่แตกต่างกันที่รายละเอียดบางอย่าง
อ่านมาถึงตรงนี้ ก็เชื่อว่า เราน่าจะเข้าใจกันดีขึ้นแล้วว่า คุณ Mark Leonard สุดยอดนักลงทุนผู้ลึกลับท่านนี้เป็นใคร และมีหลักการอย่างไร ถึงทำให้ Constellation Software เติบโตมาได้ขนาดนี้
โดยหลักการคัดเลือกธุรกิจสำหรับลงทุนของคุณ Mark Leonard ก็สามารถนำมาปรับใช้ได้กับการลงทุน ของพวกเราทุกคนเช่นเดียวกัน
อย่างการตั้งผลตอบแทนขั้นต่ำที่ต้องการไว้ค่อนข้างสูงมาก จนทำให้ต้องโฟกัสแต่บริษัทที่ทั้งดี มีคุณภาพ และราคาสมเหตุสมผลเท่านั้น
ไม่ใช่ซื้อบริษัทที่ดี แต่มีราคาแพงเกินไป จนกดให้อัตราผลตอบแทนหดหาย หรือซื้อบริษัทคุณภาพแย่ ที่เพียงแค่ราคาถูก ซึ่งก็ไม่ได้ช่วยให้การลงทุนของเราเติบโต
จนทำให้สุดท้ายบริษัทอย่าง Constellation Software สามารถกลายเป็นเครื่องมือสร้างความมั่งคั่ง ให้กับทั้งคุณ Leonard และผู้ถือหุ้นทั้งหลายได้ มาถึงทุกวันนี้..
#ลงทุน
#หุ้นนอก
#ตำนานหุ้น100เด้ง
References
-https://www.csisoftware.com/category/stat-filings/2024/04/08/annual-information-form---march-31-2024
-Mark Leonard (Constellation Software) 2020 interview
-The Greatest Capital Allocator No One Knows About | Mark Leonard of Constellation Software (TIP531)
-A Company To Watch Out For? Constellation Software: Intrinsic Value Analysis
-The Compounding Machine: Mark Leonard & Constellation Software | Capital Compounders Show (EP #5)
-Lumine Stock Deep Dive w/ Clay Finck | Constellation Software + Topicus
-Long-Term Compounding w/ Chris Mayer | Constellation Software, Topicus, & Lumine (TIP608)
-ราคาหุ้น ระหว่างวันที่ 19 พ.ค. 2006 - 19 ก.พ. 2025